ผู้ก่อตั้ง Telegram คุณ Pavel Durov บอกว่าที่อยู่ IP ส่วนมากมีแหล่งที่มาจากประเทศจีน และบอกเป็นนัยๆว่านี่เป็นฝีมือของรัฐบาลจีน สืบเนื่องจากการประท้วงในประเทศฮ่องกง
คุณ Pavel Durov ทวีตเอาไว้ว่า “IP addresses coming mostly from China. Historically, all state actor-sized DDoS (200-400 Gb/s of junk) we experienced coincided in time with protests in Hong Kong (coordinated on @telegram ). This case was not an exception,”
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมาหนึ่งในโซเชี่ยลค่ายใหญ่อย่าง Telegram ไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากถูกโจมตีด้วยการโจมตี DDoS Attack อย่างมหาศาล
ผู้ก่อตั้ง Telegram คุณ Pavel Durov บอกว่าที่อยู่ IP ส่วนมากมีแหล่งที่มาจากประเทศจีน และบอกเป็นนัยๆว่านี่เป็นฝีมือของรัฐบาลจีน สืบเนื่องจากการประท้วงในประเทศฮ่องกง
สัปดาห์ที่ผ่านมาประชากรในฮ่องกงนับล้านรวมตัวกันเพื่อต้อต้านการแก้ไขกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่จะอนุญาตให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในประเทศฮ่องกง ถูกส่งไปรับคำพิพากษาที่ใดก็ได้ รวมถึงประเทศจีนด้วย
ซึ่งผู้คนต่างรู้สึกว่าการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้เป็นภัยคุกคามต่อสิทธิเสรีภาพของพวกเขา
ประชากรในฮ่องกงใช้งานการส่งข้อความผ่าน Telegram เพื่อหลีกเลี่ยงการสอดแนมจากทางภาครัฐ รวมถึงแบ่งปันข้อมูลกิจกรรมการประท้วง
ทาง Telegram บอกว่า พวกเขาได้รับทราฟฟิคจำนวนมหาศาลเข้ามาที่เซิร์ฟเวอร์ของพวกเขา และเมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปก็พบว่าทราฟฟิคส่วนมากนั้นมาจากประเทศจีน
คุณ Pavel Durov ทวีตเอาไว้ว่า “IP addresses coming mostly from China. Historically, all state actor-sized DDoS (200-400 Gb/s of junk) we experienced coincided in time with protests in Hong Kong (coordinated on @telegram ). This case was not an exception,”
แม้ว่าการโจมตีครั้งนี้จะไม่ได้มีเป้าหมายเป็นการขโมยข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ แต่ทำเพื่อหยุดการทำงานของ Telegram เท่านั้น และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Telegram เผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้ เมื่อมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง
แบ่งปันสิ่งนี้: