Cybercrime

ตู้ ATM มีอายุครบ 49 ปีแล้ว: จนถึงวันนี้ตู้ ATM ยังคงปลอดภัยอยู่หรือเปล่า?

49 ปีก่อน ถ้าหากคุณต้องการเงินสดวิธีเดียวที่คุณได้มาก็คือ การเดินไปหน้าเค้าเตอร์ในธนาคารเพื่อเบิกเงินกับพนักงาน แต่เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 1967 ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อมีชาวลอนดอนสามารถนำเงินออกจากบัญชีของเขาด้วยการใช้เครื่องอะไรบางอย่าง และหลังจากนั้นเจ้าเครื่องดังกล่าวก็ถูกเรียกในชื่อ Automated Teller Machine หรือ ATM นั่นเอง

หลังจากนั้นไม่นานเทคโนโลยีนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทำให้มีตู้ ATM มีจำนวนมากกว่า 3 ล้านเครื่อง และเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 280 เครื่องต่อวัน

อีกมุมหนึ่งของความสะดวกสบายของ ATM ตู้ ATM เป็นที่สนใจของอาชญากรมาเป็นเวลากว่าครึ่งทศวรรษ ด้วยปริมาณเงินที่อยู่ข้างใน ทำให้อาชญากรไม่เคยละความพยายามนี้เลย แม้กระทั่งการบุกถล่มเพื่อลากเอาเจ้าตู้ ATM นี้ออกไปทั้งตู้

ATM-cash-machine-security-1-768x432

วิธีอื่นๆ ที่เราเคยเห็นกันอย่างเช่น การสร้างเครื่อง ATM ปลอมที่เลียนแบบมาจากของจริง กับอุปกรณ์แป้นพิมพ์, หน้าจอ, ปุ่มกด, ช่องเสียบบัตร และกล้องที่ซ่อนอยู่

ATM-cash-machine-security-2-768x695

ถ้าหากเจ้าเครื่องนี้หลอกผู้ใช้ได้สำเร็จ อาชญากรสามารถใช้ข้อมูลของเหยื่อได้อย่างอิสระไม่ว่าจะ เอาเงินออกจากบัญชี หรือวางขายข้อมูลเหล่านี้ในตลาดมืด แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้ยังคงไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับอาชญากรได้มากเท่าไหร่นัก เพราะในปัจจุบันปริมาณเงินในบัตรโดยเฉลี่ยต่ำลง

ตัวอย่างท้ายที่สุด อาชญากรสามารถหาช่องโหว่ของซอฟต์แวร์เครื่อง ATM ได้ แต่โชคไม่ดีที่ในบางครั้งการทำแบบนี้ก็ง่ายเกินกว่าที่ควรจะเป็น คือการรักษาความปลอดภัยไม่ดีนั่นเอง ช่องโหว่ใหญ่ช่องหนึ่งก็คือการไม่ได้อัพเดทความปลอดภัยของระบบโดยเฉพาะ Windows XP ที่ทาง Microsoft เลิกทำการสนับสนุนมากตั้งแต่ปี 2014 แต่ในปัจจุบันปริมาณของ Windows XP อาศัยอยู่บนเครื่องเหล่านี้มีมากถึง 95%

จากบล็อกของนักวิจัยความปลอดภัยคุณ Brian Krebs บอกว่าอาชญากรไซเบอร์กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะทำให้ตู้ ATM คายเงินออกมา

หนึ่งในนั้นก็คือการเชื่อมต่อ USB ของตู้ ATM โดยใช้สิ่งที่รูปร่างเหมือนเปลือกหอย และปล่อยซอฟต์แวร์อันตรายลงไป ตู้ ATM บางตู้ก็สามารถใช้งาน USB นี้ได้อย่างรวดเร็วทำให้เครื่องติดไวรัส ปีที่ผ่านมาวิธีนี้ได้ชื่อว่า “Black Box” หลังจากที่กระบวนการเสร็จสิ้นอาชญากรเหล่านี้ก็จะนำอุปกรณ์ดังกล่าวมาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของตัวเอง และสั่งให้ตู้ ATM จ่ายเงินออกมา

แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดีล่ะ? ถ้าหากตู้ ATM ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ทางเราจึงขอเสนอคำแนะนำที่ได้มาจากธนาคาร และผู้บังคับให้กฎหมาย

5 วิธีเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโกงหน้าตู้ ATM

  1. อย่างแรก กวาดสายตารอบๆตู้ ATM ว่ามีบุคคลต้องสงสัย หรือคนที่ต่อหลังคุณอยู่ยืนอยู่ในระยะที่เหมาะสมหรือเปล่า
  2. ตรวจสอบเครื่อง ATM ก่อนใช้สักนิด ถ้าหากคุณเห็นความผิดปกติอย่างเช่น ชิ้นส่วนหลุดหายไป, พัง หรือมีเทปติด ให้หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องนั้น โดยเฉพาะในสถานที่ท่องเที่ยวที่อาจตกเป็นเป้าของอาชญากร
  3. ใช้มืออีกข้างปิดในขณะที่กำลังกดรหัส ATM เพื่อป้องกันการซ่อนกล้อง หรืออุปกรณ์ที่มีความสามารถบันทึกภาพต่างๆ
  4. ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกเครื่อง ATM ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ในร่มที่มีคนพลุกพล่านจะดีกว่า เพราะการติดตั้งอุปกรณ์อันตรายจะทำได้ยากมากกว่า
  5. ถ้าหากตู้ ATM ไม่จ่ายเงินให้คุณ หรือไม่คืนบัตรหลังจากเสร็จสิ้นธุรกรรม หรือยกเลิกบริการ ให้รีบดำเนินการติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารของคุณโดยทันที
%d bloggers like this: