Cybersecurity Threats

การทับซ้อนกันของภัยคุกคามคืออะไร? และมีความหมายต่อความปลอดภัยดิจิตอลอย่างไร?

ภัยคุกคามตั้งแต่คอมพิวเตอร์เกิด จนถึงยุคของอินเตอร์เน็ต ทุกวันนี้ยังคงอยู่

Threat Cumulativity หรือการทับซ้อนกันของภัยคุกคามเป็นคำที่เกิดขึ้นในปี 2018 มีความหมายเกี่ยวจุดประสงค์เฉพาะของเทคโนโลยีใหม่ที่อาจทำให้เกิดภัยคุกคามชนิดใหม่ๆ ซึ่งจะไม่ได้เข้ามาแทนที่ภัยคุกคามชนิดก่อน แต่เป็นการเพิ่มภัยคุกคามเข้าไป ในบทความนี้จะอธิบายและยกตัวอย่าง เพื่อเป็นแนวทางด้านความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ในโลกดิจิตอล

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้พูดเน้นย้ำหลายครั้งให้ธุรกิจเห็นความสำคัญของปัญหาความปลอดภัยไซเบอร์ ด้วยการเปิดภาพการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เหล่าแฮกเกอร์ขโมยมา และกิจกรรมเบื้องหลังในการผลิตไวรัสมัลแวร์

สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือการปกป้องข้อมูลและระบบองเราจากเหล่าอาชญากรไซเบอร์หรือแฮกเกอร์ ซึ่งในปัจจุบันพวกเขาทำงานกันเป็นองค์กร

ความหมายของการทับซ้อนกันในเชิงความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยรับมือกับภัยคุกคามมานานหลายสิบปี เมื่อนานมาแล้วความปลอดภัยหมายถึงการปกป้องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ในห้อง 1 ห้อง จากภัยคุกคามสมัยนั้นได้แก่ ปัญหาการจ่ายกระแสไฟ ไฟไหม้ น้ำท่วม และภัยธรรมชาติอื่นๆ ส่วนภัยคุกคามจากมนุษย์ก็คือการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาเมื่อคอมพิวเตอร์เป็นที่แพร่หลายและมีขนาดเล็กลง มีคนที่เรียนรู้การใช้งานที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง ภัยคุกคามได้ขยายขอบเขตไปมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ภัยคุกคามเก่าๆอย่างแผ่นดินไหว ที่เป็นภัยธรรมชาติก็ยังคงอยู่

ในไม่ช้าก็มีการนำ Removable Media หรือสื่อที่สามารถถอดเข้าออกได้อย่าง Floppy Disk ซึ่งเป็นตัวแปรในการสร้างภัยคุกคามใหม่ๆอย่างไวรัส และการขโมยข้อมูลขึ้นมา และยิ่งขยายการเชื่อมต่ออย่าง LAN (Local Area Network) และ WAN (Wide Area Network) ก็ทำให้ขอบเขตของภัยคุกคามถูกขยายขึ้นไปอีก จวบจนปัจจุบันในยุคของอินเตอร์เน็ตทำให้ภัยคุกคามนั้นขยายออกไปในอีกระดับหนึ่ง

Author: Stephen Cobb
Source:
https://www.welivesecurity.com/2019/01/03/threat-cumulativity-digital-security/
Translated by: Worapon H.

%d bloggers like this: