Cybersecurity

Trend 2018: แฮกระบอบประชาธิปไตย

การเลือกตั้งออนไลน์จะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่? และทำไมโซเชี่ยลมีเดียจึงมีผลต่อการเลือกตั้ง?

การเลือกตั้งออนไลน์เป็นไปได้หรือไม่?

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นการเลือกตั้งออนไลน์ในหลายพื้นที่ ทั้งในหลายประเทศ รวมถึงประเทศใหญ่ๆด้วย และก็มีคำถามเกิดขึ้นว่าการโจมตีไซเบอร์จะมีอิทธิพลมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งได้หรือไม่?

มี 2 ปัจจัยที่เราต้องให้ความสำคัญก็คือ อิทธิพลของโซเชี่ยลมีเดียที่มีต่อสาธารณะ โดยเฉพาะเนื้อหาที่มีนัยทางการเมือง และอีกอย่างหนึ่งก็คือ การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ของรัฐบาล

ระบบการเลือกตั้งออนไลน์

เป็นหน้าที่ของเทคโนโลยีที่จะจัดการกับกระบวนการเลือกตั้ง ในประเทศอย่าง บราซิล อาเจนติน่า เยอรมนี และสหรัฐฯ มีการเลือกตั้งออนไลน์ในเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น เพื่อเพิ่มความเร็วในการนับคะแนน และลดการใช้กระดาษ

แม้เราจะปฏิเสธการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีไม่ได้ การให้ความสำคัญน่าจะพอควบคุมได้ เพราะสิ่งที่ควรทำก็คือการเพิ่มความปลอดภัยให้กับกระบวนการการเลือกตั้ง แทนที่จะเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆที่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับกระบวนการเลือกตั้ง

ยกตัวอย่างในปี 2006 โปรแกรมเมอร์และผู้ร่วมก่อตั้ง ROMmon ชาวฟินแลนด์ นาย Harri Hursti สาธิตวิธีการแฮกในเอกสาร Hacking Democracy ว่าระบบโหวต Diebold ที่ใช้ในเขต Leon ของรัฐ Florida สามารถถูกแฮกได้โดยการใช้การ์ดหน่วยความจำ (Memory Card) ซึ่งเขาสามารถเปลี่ยนแปลงผลโหวตทั้งหมดโดยไร้ร่องรอย

ผ่านมา 10 ปี ในกล่องเลือกตั้งของประเทศบราซิล พบปัญหาที่ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2012 ที่ทำให้สามารถแฮกระบบโหวตได้ หลังเหตุการณ์นั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งก็เลยต้องนำกระดาษกลับมาใช้ (ผสมกับระบบเดิม)

ซึ่งสื่อให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีอย่างเดียวนั้นไม่พอ ต้องมีส่วนประกอบอื่นๆในกระบวนการเลือกตั้งด้วย เพื่อลดทอนความเสี่ยงและการทุจริต เพื่อความน่าเชื่อถือและเป็นธรรมของการตัดสิน

แฮกเกอร์สามารถเปลี่ยนความคิดเห็นของสาธารณะได้

democracy_hackZombies-768x576

โซเชี่ยลมีเดียกลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง ด้วยความสามารถในการเข้าถึงผู้คนในวงกว้างได้พร้อมๆกัน บวกกับการกุข่าวหรือปล่อยข่าวลือนั้นทำได้ง่าย แม้จะในช่วงเวลาสั้นๆ

การโจมตีเหล่านี้สามารถเปลี่ยนหรือเบี่ยงเบนความคิดเห็นของสาธารณะได้ เป็นความท้าทายของความปลอดภัยที่จะคงเสียงโหวตของการเลือกตั้งได้อย่างเป็นกลาง เพราะถึงแม้พรรคการเมืองจะเข้ามามีส่วนร่วมหรือไม่ก็ตาม เหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอยู่ดี

ความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับชาติ

ถ้าเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว ผู้ที่มีหน้าที่ปกป้องผู้ใช้เทคโนโลยีก็คือรัฐบาล ด้วยการเพิ่มผู้รับผิดชอบความปลอดภัยไซเบอร์ลงในองค์กร

เพราะในทุกๆก้าวมีความเสี่ยงเข้ามาเสมอ นั่นคือเงื่อนไขที่เราต้องยอมรับหากต้องการจะใช้งานเทคโนโลยี อย่างน้อยที่สุดประโยชน์ที่เราได้รับ ก็ต้องมากกว่าความเสี่ยง

Author: Camilo Gutiérrez Amaya
Source:
https://www.welivesecurity.com/2018/04/18/trends-2018-democracy-hack/
Translated by: Worapon H.

%d bloggers like this: