Privacy

Trends 2018: ความเป็นไปของข้อมูลส่วนตัวในยุคของเทคโนโลยีและกฎหมาย

แนวโน้มปี 2018 ข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน

ความเป็นส่วนตัว (Privacy) คืออะไร? ทุกวันนี้ผู้ใช้มาความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมทั้งกฎหมายใหม่ๆเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ความซับซ้อนของความเป็นส่วนตัวนั้นก็มากขึ้นตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน ตอนนี้นักพัฒนากำลังค้นหาวิธีที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตโดยไม่ทิ้งรอยเท้าเอาไว้ ในขณะเดียวกันที่ผู้ใช้ต่างทิ้งรอยเท้าไว้มากมาย และเปิดโอกาสให้แฮกเกอร์สามารถแกะรอยและเข้าถึงตัวผู้ใช้ได้

ในยุคสมัยต่อไปของข้อมูล ข้อมูลจำนวนมากกำลังถูกนำไปป้อนเข้าสู่ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคำถามที่ตามก็คือ หากข้อมูลที่ใส่ลงไปเป็นข้อมูลสำคัญตัวโปรแกรม AI จะสามารถแยกแยะและให้สิทธิกับผู้ใช้ในการลบข้อมูลของตัวเองได้หรือไม่?

ผู้ใช้ทั่วไปเข้าใจว่าองค์กร และโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลส่วนตัวของเราเอาไว้ แต่ก็มีองค์กรและโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอยู่ไม่น้อยที่ไม่ได้มีเจตนาดีกับเราสักเท่าไหร่

ซอฟต์แวร์และบริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

ในฐานะของผู้บริโภคเราต่างชอบคำๆนี้มาก คำว่าฟรีหรือสินค้าและบริการที่มีราคาถูกดึงดูดให้ผู้ใช้เข้ามาใช้บริการ แต่บางองค์กรใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อเข้ามาเก็บข้อมูลจากผู้ใช้ และแบ่งปันกันระหว่างองค์กร นี่เป็นหนึ่งในช่องทางที่ผู้ผลิตใช้เพื่อทำเงินจากฟรีซอฟต์แวร์โดยที่ผู้ใช้รู้สึกว่าโดนรุกล้ำน้อยที่สุด

การซื้อขายและแบ่งปันข้อมูลของลูกค้าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะบอกเขาทำกันมาอย่างยาวนาน แต่ไม่ได้มีการพูดถึงกันมากนัก เพราะนี่เป็นวิธีการทำเงินของสินค้าและบริการฟรี นอกจากโฆษณา

การเสนอโปรแกรมแอนตี้ไวรัสฟรี อาจดูเหมือนไม่ใช่แผนการทำเงินโดยตรง อย่างโปรแกรมป้องกันไวรัสของ Microsoft ที่ชื่อว่า Windows Defender Antivirus แต่การทำอย่างนี้อาจเป็นการตัดโอกาสของผู้ขายสินค้าละบริการโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่น ด้วยการยัดเยียดซอฟต์แวร์ของตัวเองให้กับผู้ใช้

ในปี 2018 นี้คาดว่าซอฟต์แวร์ความปลอดภัยจะมีราคาที่ต่ำลง ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับข้อมูลสำคัญของผู้ใช้ ด้วยกระบวนทำเงินต่างๆที่กล่าวก่อนหน้านี้

แม้ว่าผู้ใช้ส่วนหนึ่งจะเข้าใจว่าผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ฟรีจำเป็นต้องทำเงินไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งแสดงโฆษณา ขายของภายในเกมส์ แต่อย่าลืมไปว่าความเป็นส่วนตัวของคุณเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องรักษาไว้

Internet of Things

TrendsPrivacy_IoT-768x512-1

ในขณะที่สินค้าและบริการฟรีกำลังนำข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้กันอย่างสนุกสนาน การมาของอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่าง IoT (Internet of Things) ก็เริ่มเข้ามาทำให้ข้อมูลสำคัญของเราเดือนร้อนด้วยอีกแรงหนึ่ง

อุปกรณ์หลายชิ้นที่ทำให้คุณสะดวกสบายอาจเก็บข้อมูลที่สร้างความเสี่ยงให้คุณแบบไม่รู้ตัว อย่างเช่นในขณะที่คุณกำลังขับรถหรือเดินทางกลับบ้าน โทรศัพท์ของคุณกำลังถ่ายทอดสัญญาณให้กับคนขับคนอื่นๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลไปวิเคราะห์เส้นทางการกลับบ้านที่รวดเร็วที่สุดให้ ประตูอัตโนมัติที่สามารถจับสัญญาณรถยนต์ของคุณและเปิดให้โดยอัตโนมัติ การทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้สามารถบอกกิจวัตรประจำวันของเราได้

ยิ่งอุปกรณ์เก็บข้อมูลของคุณไปมากเท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านั้นสามารถบอกตัวตนของคุณได้มากเท่านั้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจตกอยู่ในมือของแฮกเกอร์หากคุณไม่รักษามันเอาไว้ให้ดี

ทาง Gartner เคยคาดการณ์ไว้ว่าในปี 2018 จะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้รวมกันมากกว่า 11,200 เครื่องทั่วโลก และจะมีถึง 20,400 ล้านเครื่องภายในปี 2020

กฎหมาย

ในเดือนพฤษภาคม 2018 นี้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูล General Data Protection Regulation หรือ GDPR จะถูกบังคับใช้อย่างเป็นทางการในทุกพื้นที่ๆเกี่ยวข้องกับประชากรชาวยุโรป นั่นหมายถึงใครก็ตามที่มีข้อมูลของชาวยุโรปต้องปฏิบัติตามกฎหมายใหม่นี้

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะต้องเผชิญกับค่าปรับจำนวนมหาศาล แต่ในตัวบทกฎหมายยังระบุไม่ชัดเจนในกรณีที่เกิดเหตุการณ์นอกพื้นที่ของสหราชอาณาจักร

แต่กลับกันในฝั่งของสหรัฐอเมริกากลับยกเลิกกฎหมายที่ห้ามให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต หรือ Internet Service Provider (ISP) เก็บข้อมูลของลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันการนำข้อมูลของลูกค้าไปใช้ในเชิงการตลาด

ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าอาจกลายเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์ได้ เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้แบล็คเมล์ หรือหลอกข้อมูลอื่นๆจากลูกค้าเพิ่มได้

ผมหวังว่าในปี 2018 ผู้ใช้จะตื่นตัวมากขึ้นในเรื่องของความเป็นส่วนตัว และไม่ปล่อยให้ข้อมูลสำคัญของตัวเองถูกนำไปใช้โดยไม่รู้ตัว

Author: Tony Anscombe
Source:
https://www.welivesecurity.com/2018/01/18/trends-2018-personal-data-new-age-technology-legislation/
Translated by: Worapon H.

%d bloggers like this: