Opinion

Free Antivirus มีจริงหรือไม่? หรือว่าเราเสียอะไรไปโดยไม่รู้ตัว?

เบื้องหลังของแอปพลิเคชั่นฟรี และกลยุทธ์ที่ใช้ทำเงินของผู้พัฒนา

ผมสอนลูกของผมให้เขาเข้าใจว่าเวลาเขาดาวน์โหลดแอปฯฟรี บริษัทได้ประโยชน์จากอะไรบ้าง? จากโฆษณา จากการซื้อภายในแอปฯ และถ้าคุณนึกไม่ออกผมจะอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับของฟรี

มีหลายทางที่ผู้ให้บริการแอปฯฟรีสร้างรายได้ ซึ่งคุณอาจจะเคยพบเคยเห็นแทบทั้งหมดที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้

Internet Search Engine Tools: เครื่องช่วยค้นหาเป็นอันดับต้นๆที่เราจะได้พบ อย่าง Google, Yahoo และ Bing พวกเขาทำเงินจากโฆษณาในหน้าผลลัพธ์การค้นหา และผู้ใช้ก็เป็นตัวทำเงินชั้นดีที่พร้อมจะติดตั้ง Toolbars เปลี่ยน Search Engine หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนเบราว์เซอร์

ผู้ให้บริการเบราว์เซอร์พยายามที่จะควบคุมการตั้งค่าในการค้นหา โดยการตั้งนโยบายในขั้นตอนการติดตั้ง หรือ บังคับให้เปลี่ยน ยกตัวอย่าง Browser Extension ของ Microsoft ที่ห้ามเปลี่ยนแปลงฟีเจอร์ของโปรแกรม ยกเว้นหน้า Homepage ช่องค้นหา และ Address bar ถือเป็นการบังคับกันแบบเนียนๆ

Upgrade: โปรแกรมฟรีมักจำกัดการใช้งาน หรือฟีเจอร์เอาไว้ ยกตัวอย่างแอนตี้ไวรัสฟรี ก็มักจะไม่มีแอนตี้สแปม หรือไฟร์วอลล์ หรือในอีกนัยหนึ่งก็เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับผลิตภัณฑ์ตัวที่เสียเงิน ซึ่งวิธีนี้ก็นับว่าไม่ได้เอาเปรียบผู้บริโภค แต่ในบางผลิตภัณฑ์มีการลงทะเบียนหรือเปิดใช้งานเพื่อนำผู้ใช้ไปสู่หน้าอัพเกรต หรือแม้กระทั่งตั้งใจสร้างปุ่มให้ผู้ใช้กดผิด

Locked functionality: จำกัดฟังก์ชั่นการใช้งานก็เป็นอีกลูกเล่นหนึ่งของโปรแกรมฟรี ยกตัวอย่างโปรแกรมสแกนไวรัสที่สแกนไวรัสให้เรา แต่เมื่อต้องการจะกำจัดมัลแวร์ก็ต้องจ่ายเงิน หรือแสดงข้อความว่าคอมพิวเตอร์ติดไวรัส และต้องชำระเงินเพื่อกำจัด เพราะหลายครั้งที่ “free scan” ไม่ได้สามารถกำจัดภัยคุกคามได้เสมอไป

Cross-selling: ขายร่วม ยกตัวอย่างแอนตี้ไวรัสที่มีฟังก์ชั่นความปลอดภัยอื่นๆ อย่าง VPN, Online Backup หรือ Parental Controls ผู้ใช้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ฟรีเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ขายในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

Bundled installs: หลายครั้งในขั้นตอนการติดตั้งจะมีโปรแกรมที่เราไม่ได้ต้องการติดมาด้วย อย่างเช่น Toolbar ที่เราบอกไป และอื่นๆที่สามารถสร้างรายได้ให้กับพวกเขาได้

Collecting and selling data: โปรแกรมแอนตี้ไวรัสจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลทุกส่วน เนื่องจากมัลแวร์อาจแทรกซึมไปยังส่วนไหนก็ได้บนหน้าเว็บเพจ อย่างอีเมล์ หรือเอกสาร การรวบรวมข้อมูลและนำไปวิเคราะห์ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ในบางรายผู้ให้บริการเก็บข้อมูลและนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เพราะฉะนั้นอย่าลืมอ่านข้อตกลงก่อนติดตั้งตัวโปรแกรม

Third-party advertising: โฆษณาจำพวกแบนเนอร์ในแอปพลิเคชั่น ตามที่ว่างต่างๆ ที่คอยชวนคุณให้ติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัย

ซึ่งทำให้ผมอยากพูดถึง Microsoft ที่ใส่โปรแกรมแอนตี้ไวรัสไว้ใน Windows 10 เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องการให้ผู้ใช้เปลี่ยน และทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเจอกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสฟรีที่แถมมา Windows Defender ใช้งานได้ดีแต่ว่าอาจเกิดปัญหาได้หากผู้ใช้เดินไปในทิศทางเดียวกัน

เพราะแฮกเกอร์อาจเทความสนใจให้กับระบบรักษาความปลอดภัยเดียว และสามารถเข้าถึงผู้ใช้ได้ในวงกว้าง เนื่องจากพวกเขาไม่จำเป็นต้องศึกษาระบบรักษาความปลอดภัยอื่นๆเลย

Author: TONY ANSCOMBE
Source:
https://www.welivesecurity.com/2017/08/03/whats-cost-free-lunch/
Translated by: Worapon H.

%d bloggers like this: