General

อันตรายแค่ไหนหากหัวใจเทียมของผู้ป่วยโรคหัวใจโดนแฮก

ปล่อยกระแสไฟฟ้าและปรับระดับการจ่ายอินซูลิน เป็นไปได้หรือไม่หากอุปกรณ์ถูกแฮก

หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐฯสอบสวนข้อเรียกร้องที่ว่าหัวใจเทียมบางรุ่นมีช่องโหว่และอาจถูกแฮกได้ และอาจส่งผลต่อผู้ป่วยโรคหัวใจได้

อุปกรณ์ทางการแพทย์ชิ้นนี้ผลิตโดย Microscope จากสถาบัน St Jude Medical ซึ่งไม่นานมานี้ได้รับแจ้งจากนักวิจัยของ Abbott Laboratories ว่าอุปกรณ์ตัวหนึ่งสามารถถูกบังคับให้ทำงานผิดปกติได้ อย่างเช่นปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ หรือบังคับใช้แบตภายในเครื่อง

อุปกรณ์ Merlin@home Transmitter เชื่อมต่อกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชิ้นเล็กๆภายในหัวใจเทียมของผู้ป่วย ซึ่งมีหน้าที่วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และส่งให้กับหมอหรือทางคลีนิค ผ่านโทรศัพท์ หรืออินเตอร์เน็ต เพื่อวิเคราะห์สภาวะของคนไข้

ข้อดีของอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็คือผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางมาที่โรงพยาบาลหรือคลีนิคด้วยตัวเอง และไม่ต้องมาบ่อยๆ เพราะหมอสามารถตรวจสอบพฤติกรรมของหัวใจ และเช็คสถานะของหัวใจเทียมภายในตัวผู้ป่วยได้

แต่มีสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างที่บอกไปในช่วงต้น เพราะเทคโนโลยีอันทันสมัยอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงที่เราไม่ได้คาดคิด

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 นักวิจัยความปลอดภัย Barnaby Jack แสดงวิธีการย้อนหลักวิศวกรรมของอุปกรณ์สามารถสั่งให้อุปกรณ์ปล่อยกระแสไฟฟ้าสูงถึง 830 โวลต์จากระยะ 30 ฟุตซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้ และยังสามารถควบคุมการปล่อยสารอินซูลินทำให้เกิดอาการช็อกเนื่องจากขาดน้ำตาลในเลือด

นักวิจัยหาว่าอุปกรณ์ของ St Jude Medical ใช้การยืนยันตัวตนที่ไม่แน่นหนา เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ใช่คนของโรงพยาบาลเชื่อมต่อเข้าอุปกรณ์ และปล่อยกระแสไฟฟ้า หรือติดตั้งโปรแกรมอันตรายลงไปในเฟิร์มแวร์ของหัวใจเทียม

ในเวลาที่กำลังสืบสวน ทางผู้ผลิตก็กำลังดำเนินการแก้ไขให้อุปกรณ์ดังกล่าวปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังใช้อุปกรณ์ของ Merlin@home ต้องอัพเดทเวอร์ชันของอุปกรณ์โดยการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อรับการอัพเดทล่าสุด

%d bloggers like this: