Encryption

Cryptography: วิธีถอดรหัสโค้ดไซเบอร์

Cryptography เป็นหนึ่งในพื้นฐานของความปลอดภัย ที่ใช้เพื่อเข้าหรือถอดรหัสข้อความ เพื่อไม่ให้อ่าน, ดัดแปลง หรือถูกเปิดก่อนถึงปลายทาง ด้วยความสามารถของ Cryptography นี้ทำให้มันกลายเป็นพื้นฐานของความปลอดภัยในด้าน: ความน่าเชื่อถือ, ความสมบูรณ์ และความพร้อมใช้งาน

การเข้ารหัสเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นทุกๆวัน อย่างง่ายๆ เวลาคุณส่งอีเมล์ ถ้าหากไม่ได้รับการเข้ารหัส เนื้อหาในอีเมล์อาจถูกแทรกแซงจากคนกลางก็เป็นได้

อีกหนึ่งตัวอย่าง ข้อความใน WhatsApp แอปพลิเคชันให้บริการส่งข้อความ เช่นเดียวกันกับ Line หรือ Messenger ของ Facebook ตัว WhatsApp เองประกาศจะทำให้แอปพลิเคชันของเขามีการเข้ารหัสแบบ end-to-end หรือพูดง่ายก็คือหัวจรดเท้านั่นเอง

จากคำพูดของหนึ่งในผู้ก่อตั้ง WhatsApp ที่ว่า “จะไม่มีใคร ไม่มีแฮกเกอร์ ไม่มีอาชญากรไซเบอร์ ไม่มีเจ้าของระบอบปกครอง หรือแม้กระทั่งพวกเรา WhatsApp จะได้เห็นข้อความเหล่านั้น”

ถึงแม้หลายคนจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ยังใหม่ แต่เชื่อหรือไม่ว่าการเข้ารหัสนี้มีมาร่วม 1,000 ปีแล้ว คุณคงเคยเห็นอักษรอียิปต์โบราณกันบ้างใช่หรือไม่? พวกเขาใช้สิ่งที่เรียกว่า Rosetta Stone เป็นหินที่สลักโดยจักรพรรดิอียิปต์เป็นภาษาของพวกเขา ซึ่งพวกเขาก็มีคนที่มีหน้านี่ถอดรหัสพวกนี้อยู่ หรือในปัจจุบันคนพวกนี้อาจเรียกว่าเป็นนักโบราณคดี

การเข้ารหัสได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ไม่ใช่แค่วิธีเดียวกับที่ทำกันในสมัยโบราณ แต่ยังมีการสอดแนมเหมือนสายลับ และเอเจนซี่ที่ทำงานด้านความปลอดภัยด้วย และบทความนี้จะพาคุณไปรู้ว่าทำไม “การเข้ารหัส” ถึงเป็นหนึ่งในกุญแจขององค์กร

#1 The Imitation Game

ภาพยนตร์เมื่อ 2014 เกี่ยวกับ Alan Turing ผู้คิดค้นศาสตร์เกี่ยวกับ ตรรกกะ และคณิตศาสตร์ในประเทศอังกฤษ ซึ่งในหนังก็เป็นเหตุการณ์ที่บริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยจ้างเขาให้ทำภารกิจพิเศษเพื่อหาวิธีการที่ Enigma Machine ทำงาน เพื่อที่จะต้องการรู้ว่าชาวนาซีกำลังทำอะไร

24223737671_acdb183816_z

ในหนังพวกเราอาจเห็น Tuning เกณฑ์นักวิทยาศาสตร์ และนักถอดรหัสเข้ามาหาวิธีใช้งานเครื่อง Enigma นี้ ซึ่งก็มีบางวิธีที่ใช้ บางวิธีก็ใช้ไม่ได้ จุดประสงค์ของ Turing และเพื่อนร่วมงานก็คือหาวิธีการทำงานของเครื่องนี้ เพื่อขัดขวางการติดต่อสื่อสารของพวกนาซี ซึ่ง Turing เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ชาวเยอรมันได้เปรียบ และชนะสงครามโลกครั้งที่สอง

#2 Zodiac

Zodiac เป็นภาพยนตร์แนวลึกลับโดยผู้กำกับ David Fincher ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากเรื่องเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา ที่คนรู้จักกันในชื่อ Zodiac Killer ฆาตกรคนนี้อาละวาดหนักในช่วงปี ค.ศ. 1960-1970 ในแถบซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

Zodiac เป็นที่สนใจมากเพราะฆาตกรส่งข้อความถึงสำนักพิมพ์ในซานฟรานซิสโก เพื่อแนะนำตัวและทิ้งข้อความที่อ่านไม่ออกไว้ ผู้คนต่างคิดกันไปต่างๆนาๆว่าข้อความดังกล่าวเป็นคำใบ้ว่า การฆาตกรรมจะเกิดขึ้นที่ไหน และแบบไหน นอกจากนั้นฆาตกรยังต้องการให้ข้อความของเขาถูกเผยแพร่ไปยังหน้าหนังสือพิมพ์ และสื่อต่างๆ

zod

หนึ่งปีต่อมาหลังจากจดหมายฉบับแรก Zodiac ยังคงปั่นหัวผู้มีอำนาจโดยการส่งจดหมาย และข้อความเข้ารหัส ถึงแม้การตรวจสอบจะมีผลออกมาอย่างไร ก็ยังไม่สามารถหาฆาตกรได้อยู่ดี จวบจนมาถึงวันนี้ Zodiac ก็ยังคงเป็นคดีที่ไม่สามารถปิดได้ต่อไป

#3 The Da Vinci Code

The Da Vinci Code มาจากโนเวลของ Dan Brown ซึ่งเป็นหนังที่ถูกจับตาอย่างมากในปี 2006 เนื่องจากเป็นที่นิยมมากในขณะที่เป็นหนังสือ ด้วยยอดขายมากกว่า 80 ล้านเล่มและถูกแปลมากกว่า 44 ภาษา ความสำคัญของเรื่องเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Robert Langdon ศาสตราจารย์เกี่ยวกับตัวตนและสัญลักษณ์ ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการคลี่คลายเหตุฆาตกรรมในพิพิธภัณฑ์ Lourve

Langdon ต้องทำการถอดรหัสข้อความ และปริศนาเพื่อหาตัวฆาตกร แต่สิ่งที่เขาพบนอกจากเบาะแสคือ ตำนานอันยิ่งใหญ่ของ Holy Grail

147178856_1225ea208d_z

ในภาพยนตร์เราเห็นศาสตราจารย์แก้ปริศนามากมาย และที่ตื่นเต้นที่สุดคงเป็นฉากที่เขาพบ Cryptex เครื่องมือที่เป็นหัวใจของการแก้ปริศนาที่ถูกออกแบบ โดย Leonado Da Vinci

ภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่องมีการเข้ารหัสเป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง ซึ่งในชีวิตจริงก็เช่นกัน ในยุคดิจิตอลการเข้ารหัสเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ข้อมูลของเราปลอดภัยจากมือที่สาม ที่สี่ ที่ห้า หากใครมีหนังเกี่ยวกับการเข้ารหัสอีกมาบอกเราในเพจ ESET Thailand ได้นะครับ

%d bloggers like this: