General

แฮกรถยนต์ขณะวิ่ง? จากวิกฤติสู่เรื่องคอขาดบาดตาย

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “Black Hat” กับ “White Hat”

“White Hat” คือโปรแกรมเมอร์ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบหาช่องโหว่ของระบบ และรายงานสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จากความผิดพลาดเหล่านั้น และเมื่อพวกเขารายงานจุดอ่อนเหล่านั้นให้กับผู้รับผิดชอบ คนเหล่านั้นก็จะทำการแก้ไข

“Black Hat” หรือแฮกเกอร์ เป็นผู้ที่หาช่องโหว่ของระบบเหมือนกันแต่พวกเขาไม่บอกใคร พวกเขาใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นั้นเป็นสะพานเพื่อหาสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ และทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง พวกเขามีเวลาไม่จำกัดเพื่อสืบเสาะหาข้อมูล และอาจทำให้พวกเขาพบช่องโหว่ที่ร้ายแรง

งานของพวกเขาสามารถทำให้คนมีคนตายได้หรือไม่?

เราก็ไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้นจนกระทั่งมาถึงรถยนต์ ถ้าช่องโหว่สามารถพูดกับเราได้โอกาสที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุย่อมมี และอาจมีความสูญเสียถึงชีวิตหากชนกับรถยนต์คันอื่นๆ

hacked-dashboard

WhiteHat แห่งสหรัฐอเมริกา นักวิจัยด้านความปลอดภัย Charile Miller และ Chris Valasek เป็นผู้นำเสนอการค้นพบการแฮกรถยนต์

คุณ Miller และ Valasek เพิ่งสร้างชื่อจากการแฮกรถยนต์ Jeep Cherokee ผ่านระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์, เครื่องยนต์ และเบรค ในขณะที่รถยนต์กำลังวิ่งด้วยความเร็ว 70 ไมล์ต่อชั่วโมง

สองนักวิจัยเปิดเผยช่องโหว่ของ Uconnect ภายในยานพาหนะ และในวันที่เรื่องนี้ลงเป็นข่าวหน้าหนึ่ง Fiat Chrysler สั่งเรียกพาหนะกว่า 1.4 ล้านคันกลับมาแก้ไข

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือการแฮกสามารถทำได้ด้วยคำสั่งระยะไกลเป็นไมล์ๆ จากตัวรถ Jeep เพียงแค่สายไฟสีเงินเท่านั้นก็สามารถเข้าถึงฟังก์ชันของรถยนต์ได้ แต่ มีเงื่อนไขเป็นความเร็วที่ไม่เร็วจนเกินไป

ด้านล่างนี้เป็นวิดีโอทดสอบโดยนักวิจัยที่พยายามจะควบคุมพวงมาลัยรถยนต์:

เนื่องจาก Miller และ Valasek เป็นผู้เปิดเผยช่องโหว่ของ Chrysler จึงเป็นผู้แก้ไขช่องโหว่ และทำให้ไม่สามารถควบคุมรถจากระยะไกลได้

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคนที่พบช่องโหว่นี้ไม่ใช่ White Hat และยังไม่ได้รับการแก้ไขล่ะ แฮกเกอร์อย่าง Black Hat ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้จากระยะไกล ช่องโหว่ยังมีอีกมากมายที่มุษย์เรายังค้นไม่เจอ เพราะฉะนั้นอย่าประมาทบนท้องถนน ด้วยความปรารถนาดีจาก ESET

%d bloggers like this: