Social Media

วิธีใช้ Social Media อย่างปลอดภัย

Facebook, Twitter และ Instagram กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา เป็นที่ๆเราสามารถติดต่อ และนัดหมายกับเพื่อนๆ และครอบครัว ด้วยเหตุนี้คงไม่แปลกใจเลยที่โซเชี่ยลมีเดียจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต

ในขณะที่ผู้คนนับล้านกำลังทำกิจวัตรบนโลกออนไลน์ ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องคนเหล่านี้ แต่ที่จริงแล้วทุกคนไม่ว่าจะเป็นมีความสามารถทางคอมพิวเตอร์มากแค่ไหน ก็อาจตกเป็นเหยื่อของการโจมตีไซเบอร์ได้ อย่างที่เราเห็น Mark Zuckerberg ก็เป็นหนึ่งในนั้น

กลุ่มคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้มีชื่อว่า OurMine โดยพวกเขาบอกว่า Mark กลับไปใช้รหัสผ่านเดิมที่เคยถูกเข้าถึงจากเหตุการณ์ล้วงข้อมูล Linkedln เมื่อปี 2012

ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในเดือนที่ผ่านมา Linkedln ถูกล้วงข้อมูล ทำให้อีเมล์ และรหัสผ่านของผู้ใช้กว่า 100 ล้านคนหลุดไปอยู่บนโลกออนไลน์ Myspace ก็ถูกล้วงข้อมูลเช่นกัน และมีผู้ใช้ได้รับผลกระทบกว่า 360 ล้านคน และ Tumblr ถูกล้วงข้อมูลไปกว่า 65 ล้านบัญชี โดยเหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นอีก

เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเหมือนคำเตือนชั้นดี ดังนั้นทาง ESET จึงหาวิธีการอยู่ให้ห่างจากภัยเหล่านี้ และวิธีการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ โซเชี่ยลมีเดีย

1.ให้ความสำคัญกับรหัสผ่านให้มากขึ้น

ปัญหาหลักขององค์กรก็คือ การใช้รหัสผ่านที่คาดเดาง่าย เช่น “123456” เป็นรหัสผ่านที่มีคนใช้มากที่สุด หรือที่แย่กว่านั้นคือการใช้รหัสผ่านเดียวกันทั้งหมด

อาชญากรไซเบอร์สามารถเจาะเอารหัสผ่านได้รวดเร็วกว่าเดิม พวกเขาสามารถหารหัสผ่านเราได้ในเวลาไม่ถึงนาที และ Keylogger หรือมัลแวร์ที่แฝงตัวอยู่ในคอมพิวเตอร์เพื่อจดบันทึกการใช้งานแป้นพิมพ์ของเรา

คุณสามารถเพิ่มความปลอดภัยได้โดยใช้ Passwords Manager ที่สามารถสร้าง และเก็บรหัสผ่านได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งข้อมูลบัตรเครดิต

2. ใช้ระบบการยืนยันตนสองขั้นตอน หรือ Two-Factor Authentication

การยืนยันตนสองขั้นตอน หรือ 2FA เป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพที่ใช้กันมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว 2FA เป็นเหมือนประตูชั้นที่สองของการเข้าถึงบัญชี นั่นหมายความว่าถึงแม้คนอื่นจะมีชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านของคุณ ก็ไม่สามารถใช้บัญชีของคุณได้

ข้อความ “ระบบยืนยันตนสองขั้นตอนมีความปลอดภัยมากกว่ารหัสผ่าน และเป็นการป้องกันท่ีดี หากผู้ใช้ Twitter ใช้ระบบนี้ เหตุการณ์แฮคคงไม่สร้างความเสียหายมากเท่าไหร่นัก” เพราะถึงแม้อาชญากรจะได้ชื่อบัญชี และรหัสผ่านไป ก็ไม่สามารถใช้รหัสผ่านของเราได้

3. เช็คอีเมล์

Facebook และ Twitter กำลังเพิ่มกิจกรรมความปลอดภัย เพื่อแจ้งเตือนเหล่าผู้ใช้หากมีใครสักคนพยายามล็อคอินเพื่อเข้าใช้บัญชีของคุณ เพราะฉะนั้นคุณจึงควรหมั่นเช็คอีเมล์ โซเชี่ยลมีเดียส่วนใหญ่มีความสามารถในการปฏิเสธความพยายามล็อคอินที่น่าสงสัย และแนะนำให้คุณเปลี่ยนรหัสผ่านโดยทันที เพราะฉะนั้นจงอย่าลืมเช็คกล่องจดหมายบ้างล่ะ

4. ระวังลิงก์ที่น่าสงสัย

ไม่ว่าคุณจะเชื่อถือระบบของโซเชี่ยลมีเดียมากแค่ไหน แต่คุณคงพูดไม่เต็มปากว่าโซเชี่ยลมีเดียนั้นปลอดภัย 100% ดังนั้นคุณจึงต้องระวังลิงก์อะไรก็ตามส่งเข้ามา เช่นเดียวกันกับลิงก์ในอีเมล์ที่ส่งมาจากผู้ให้บริการโซเชี่ยลมีเดีย ถึงแม้จะดูน่าเชื่อ แต่เราก็ขอให้ผู้ใช้อ่านอย่างละเอียด โดยเฉพาะลิงก์ที่น่าสงสัยให้ข้ามไปได้เลย

ตัวอย่างเช่น Burger King ที่แพร่ระบาดบน Whatsapp ที่สามารถหลอกเอาข้อมูลสำคัญของคุณไปได้ซะง่ายๆ โดยการโพสส่วนลดราคาอาหารของ Burger King

5. มีสติ

คำว่ามีสติหมายถึง การระมัดระวังตัวก่อนที่ให้ข้อมูลสำคัญ ไม่ว่าจะกับเพื่อน คนในครอบครัว หรือใครก็ตามบนโซเชี่ยลมีเดีย เพราะฉะนั้นอย่าเชื่อว่าสังคมออนไลน์นั้นมีความปลอดภัยไปซะทุกอย่าง

%d bloggers like this: