General

ระบบป้องกันขีปนาวุธต้องเตรียมพร้อม เพื่อรับมือกับการโจมตีไซเบอร์

การปกป้องคอมพิวเตอร์ในบ้านหรือบริษัท จากแฮคเกอร์และมัลแวร์ก็ยากพออยู่แล้ว แต่ลองคิดเล่นๆว่าถ้าหากคุณต้องรับผิดชอบระบบป้องกันขีปนาวุธล่ะ?

จากสำนักข่าว Telegraph บอกว่าความกังวลเกี่ยวที่เพิ่มขึ้นของการใช้คอมพิวเตอร์ในระบบป้องกันขีปนาวุธ Trident เพราะนั่นหมายถึงความเสี่ยงกับผู้ก่อการร้ายหรือแฮคเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ

จากรายงานของกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เป็นคำเตือนให้สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรว่า “อย่ามั่นใจ” ว่าระบบจะสามารถรอดจากการโจมตีทางไซเบอร์ได้ เพราะในปัจจุบันฝ่ายตรงกันข้ามมีการใช้ทรัพยากรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทั้งในโลกแห่งความเป็นจริง และโลกไซเบอร์

ความกังวลที่ว่าทหารและผู้รับจ้างเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตี และถึงแม้ Trident จะอยู่นอกโลกออนไลน์อย่างสิ้นเชิง ด้วยระบบ ‘Air Gap’ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่โอกาสติดไวรัสได้เลย หากลองคิดถึงตอนที่เรือดำน้ำนำหัวรบนิวเคลียร์กลับไปที่ท่าเรือเพิ่มทำการอัพเดทระบบ

และต่อจากนั้น อีกสิ่งที่ควรพิจารณา คือ ระบบอะไรก็ตามที่ใช้ควบคุมการป้องกันนิวเคลียร์ที่ไหนสักแห่งใต้น้ำ ในมหาสมุทร แอตแลนติก แล้วถ้าหากระบบล่มจนทำให้นายกรัฐมนตรีอังกฤษสั่งยิงไม่ได้ล่ะ? หรืออะไรก็ตามที่สามารถทำให้แฮคเกอร์สามารถขโมยข้อมูลจากเครื่องป้องกันขีปนาวุธ

จากรายงานของสำนักข่าว Bloomberg BAE Systems หรือ บริษัทผลิตยุทโธปกรณ์ และอากาศยานสัญชาติอังกฤษ ได้รับรางวัล จากการเป็นผู้ช่วยยกระดับความปลอดภัยให้ซอฟต์แวร์ในระบบป้องกันขีปนาวุธของ US และ UK

แต่ในหน่วยย่อยอย่างธุรกิจก็ควรที่จะตื่นตัว เพราะอินเตอร์เน็ตไม่ใช่ทางเดียวที่สามารถโจมตีองค์กรของคุณได้

สำหรับใครก็ตามที่มีหน้าที่ในการสร้างสรรค์ความปลอดภัย ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีความรับผิดชอบในระดับชาติ จำเป็นต้องพิจารณาไม่ใช่เพียงแค่ความเสี่ยงหลักๆ แต่อย่างอื่น เช่นแฮคเกอร์ หรือใครก็ตามที่พร้อมเข้ามารุกรานได้ทุกเวลาก็ต้องระวังด้วยเช่นกัน

1 comment on “ระบบป้องกันขีปนาวุธต้องเตรียมพร้อม เพื่อรับมือกับการโจมตีไซเบอร์

%d bloggers like this: