Privacy

มาตรการใหม่ ป้องกันข้อมูลจากฝั่งยุโรปรั่วไหลไปยังสหรัฐอเมริกา

คณะกรรมาธิการยุโรปและสหรัฐอเมริกาแถลงอย่างเป็นทางการ ข้อตกลงเกี่ยวกับ ‘Safe Harbor’ เพื่อที่จะดูแลรักษา “ข้อมูลที่ไหลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก” รู้จักกันในชื่อ “EU-US Privacy Shield” ความต้องการที่จะป้องกัน “สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนชาวยุโรป” โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ทยอยเดินทางไปสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม อย่างที่คุณ Stephen Cobb นักวิจัยของ ESET ชี้ว่า ข้อตกลงใหม่ตกอยู่ใรกระแสการวิจารณ์อย่างหนัก และความเป็นไปได้ในทางกฏหมายใหม่ๆ จากทนายฝั่งยุโรป ข้อตกลง Safe Harbor เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมามีประเด็นเกี่ยวกับ ‘ความไม่ชัดเจน’ และคำถามทางกฏหมายที่มากขึ้น ว่าด้วยการตรวจสอบอย่างลับๆของเอเจนซี่รักษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NSA) ซึ่งศาลยุติธรรมแห่งประชาคมยุโรปตั้งข้อสงสัยเอาไว้ว่า การตรวจสอบของ NSA เป็นการแทรกแซงสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองชาวยุโรป

ในขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนของ EU เห็นด้วยกับข้อตกลงใหม่นี้และมีความเห็นว่า “คนของพวกเราสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลของพวกเราได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่” คุณ Andrus Syrup รองประธานวิทยาลัยข้าราชการ “องค์กรของเราโดยเฉพาะหน่วยที่เล็กที่สุดมีสิทธิทางกฏหมายและมีความจำเป็นต้องพัฒนากิจกรรมของพวกเขาให้เป็นมาตรฐาน”

“พวกเรามีหน้าที่ตรวจสอบและติดตามอย่างใกล้ชิดกับการนัดหมายครั้งต่อไป วันนี้พวกเราตัดสินใจจะรวมตลาดดิจิตอลเป็นหนึ่งเดียวใน EU และมีความเชื่อมั่นในสภาพแวดล้อมของตลาดออนไลน์”

ในส่วนหนึ่งของข้อตกลงเขียนไว้ว่า องค์กรของสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลสำคัญของทางยุโรปให้ดี และธุรกิจของสหรัฐอเมริกาต้องยอมปฏิบัติและทำตามกฏข้อบังคับที่การันตีสิทธิส่วนบุคคลและข้อมูลของชาวยุโรปให้ปลอดภัย

นอกจากนี้ ในกรณีที่สมาคมชาวยุโรปรู้สึกว่าข้อมูลของพวกเขาถูกนำไปใช้หาผลประโยชน์ในแง่ทางอื่น ในทางฝ่าฝืนข้อตกลง พวกเขามีหลากหลายวิธีในการติดตามหรือชดเชยความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้

เป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาให้สัญญากับ EU เกี่ยวกับการรับประกันการเข้าถึงข้อมูลต่างๆของ NSA ได้ถูกจำกัดเอาไว้ คุณ Vera Jourava ข้าราขการกระทรวงยุติธรรม พูดเสริม

และยังคงเป็นครั้งแรกที่ประชาชนชาวยุโรปนั้นได้รับผลประโยชน์จากการชดเชยความเสียหาย ในเนื้อหาข้อตกลงที่เจรจากันมา ทางสหรัฐอเมริกาจะไม่ดำเนินการตรวจสอบที่ไม่พึงประสงค์กับชาวยุโรป

คุณ Cobb พูด โชคไม่ดีที่ประกันบางประเภทดูไม่จริงใจกับทางสหรัฐอเมริกาเท่าไหร่นัก เช่น องค์กรชื่อ Electronics Frontier Foundations (EFF) กับ American Civil Liberties Union (ACLU) ทั้งสององค์กร พยายามจะฟ้องร้อง NSA เกี่ยวกับการทดสอบที่ไม่ได้การรับรอง แต่การพิจารณาก็ตกไปเพราะว่าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนเองเป็นเป้าของการตรวจสอบเพราะการตรวจสอบนั้นเป็นความลับ

คุณ Cobb ชี้ให้เห็นว่าคำวินิจฉัยชี้ขาดและเปรียบเทียบให้ความแตกต่างอย่างชัดเจนของกฏหมายที่เขียนโดยฝั่งยุโรป ยกตัวอย่างเช่น ข้อค้นพบในปี 2006 ที่ว่า “ความจริงของการมีอยู่ที่อนุญาตให้ระบบถูกตรวจสอบอย่างลับๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กับใครก็ตามที่เกี่ยวข้อง” ปัญหานี้เป็นการริดรอนเสรีภาพของการติดต่อสื่อสาร ของเหล่าผู้ใช้บริการโทรคมนาคม หรืออะไรก็ตามที่เป็นการแทรกแซงผู้ใช้โดยไม่คำนึงถึงมาตรการใดๆทั้งสิ้น จากสิทธิในบทความที่ 8 ของการประชุมด้านสิทธิมนุษยชนของชาวยุโรป”

“เหตุการณ์เมื่อเดือนที่แล้วช่วยตอกย้ำความจริงที่เราค้นพบ” คุณ Cobb พูด ในกรณีของ Szabo and Vissy v. Hungary. ศาลมนุษยชนของยูโรป พบว่าการตรวจสอบของ Hungary ภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงแห่งชาตินั้นละเมิดสิทธิของโจทก์ เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและครอบครัว “การตรวจสอบเกินกว่าอำนาจที่กฏหมายบัญญัติและมีจุดประสงค์ให้ศาลมองข้ามการพิจารณาคดี”

คุณ Cobb สังเกตว่าข้อความที่บรรยายถึงความคิดเห็นของชาวอเมริกัน(ส่วนหนึ่ง)ต่อการตรวจตราของรัฐบาลสหรัฐฯที่ว่า “ชาวอเมริกันไม่ได้สนใจอะไรต่อการปฏิรูปการตรวจสอบของประเทศสหรัฐอเมริกา” ซึ่งดูเหมือนว่าชาวอเมริกันก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจกับข้อตกลงใหม่ที่ทางยุโรปเขียนขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามชาวอเมริกันเองก็อยากให้ข้อตกลงนี้ผ่าน ถ้าการปฏิรูปนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี และนำมาสู้ความปลอดภัยของข้อมูลที่ดียิ่งขึ้น ก็เป็นอันคุ้มค่าที่จะเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จก้าวหนึ่ง

%d bloggers like this: